ข้อควรรู้ ก่อนจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
ปัจจุบันมีบริษัทเปิดใหม่หลายที่ และแต่ละที่ย่อมมีสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวของตัวเองของบริษัทนั้นๆอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการให้บริการ ชนิดของสินค้าที่มีความเฉพาะเจาะจง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกบริษัทมีแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด นั่นก็คือ เครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายการค้า คืออะไร
เครื่องหมายการค้า คือ เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ หรือตรา ที่ใช้กับสินค้า หรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตาม พรบ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 และ พรบ.เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
- เครื่องหมายการค้า (Trade Mark)
คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมาย หรือเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น เช่น มาม่า บรีส เป็นต้น - เครื่องหมายบริการ (Service Mark)
คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมาย หรือเกี่ยวข้องกับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้น แจกจ่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายบริการของบุคคลอื่น เช่น เครื่องหมายของสายการบิน ธนาคาร เป็นต้น - เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark)
คือ เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรอง หรือจะใช้เป็นที่หมาย หรือเกี่ยวข้องกับสินค้า หรือบริการของบุคคอื่น เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสินค้า หรือบริการนั้นๆ เช่น ฮาลาล มิชลินสตาร์ เป็นต้น - เครื่องหมายร่วม (Collective Mark)
คือ เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการที่ใช้โดยบริษัท หรือรัฐวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน หรือโดยสมาชิกของสมาคม กลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นใดของรัฐ หรือเอกชน เช่น ตราช้างของบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด เป็นต้น
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการอกให้ (สำเนา 1 ฉบับ) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา
- ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง (สำเนา 1 ฉบับ) กรณีเป็นบุคคลสัญชาติต่างประเทศ เว้นแต่จะได้ส่งเอกสารหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ตามข้อ 4
- หนังสือรับรองนิติบุคคลที่ต้องออกให้ไม่เกิน 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียน (ฉบับจริง 1 ฉบับ) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เว้นแต่ในกรณีที่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้ส่งเอกสารหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ตามข้อ 4 โดยมีการระบุข้อความรับรองการเป็นนิติบุคคลในต่างประเทศไว้ด้วยแล้ว ไม่ต้องส่งหนังสือรับรองนิติบุคคลก็ได้
- หนังสือตั้งตัวแทนหรือหนังสือมอบอำนาจ และบัตรประจำตัวของตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจ (สำเนา 1 ฉบับ) ติดอาการแสตมป์ 30 บาทต่อตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจ 1 คน
- คำขอจดทะเบียน พร้อมติดรูปเครื่องหมายที่ขอจดทะเบียน ขนาด 5×5 เซนติเมตร (ฉบับจริง 1 ฉบับ) กรณีขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายที่มีลักษณะเป็นรูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ เครื่องหมายจะต้องแสดงด้านกว้าง ด้านยาว และด้านลึก โดยจะแสดงในรูปเดียวกันหรือไม่ก็ได้
- คำบรรยายลักษณะกลุ่มของสี ในกรณีขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายที่มีลักษณะเป็นกลุ่มของสี (ฉบับจริง 1 ฉบับ) ให้ผู้ขอจดทะเบียนบรรยายอย่างชัดเจนว่ากลุ่มของสีที่ขอจดทะเบียนประกอบด้วยสีใดบ้าง และแต่ละสีจัดวางหรือจัดเรียงอยู่ในลักษณะใด โดยระบุในใบต่อ (แบบ ก.11)
- คำพรรณนารูปร่างหรือรูปทรง ในกรณีขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายที่มีลักษณะเป็นรูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ (ฉบับจริง 1 ฉบับ) ผู้ขอจะมีหรือไม่ก็ได้
- หนังสือให้ความยินยอมของเจ้าของลายมือชื่อ (ฉบับจริง 1 ฉบับ) กรณีเครื่องหมายที่ขอจดทะเบียนเป็นลายมือชื่อ
- หนังสือให้ความยินยอมที่จะใช้ภาพบุคคลเป็นเครื่องหมายจากบุคคลนั้น (ฉบับจริง 1 ฉบับ) กรณีเครื่องหมายที่ขอจดทะเบียนเป็นภาพบุคคล/กรณีที่บุคคลนั้นตายแล้วต้องได้รับความยินยอมจากบุพการี ผู้สืบสันดาน และคู่สมรสของบุคคลนั้น(ถ้ามี)
- บัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้ให้ความยินยอม (สำเนา 1 ฉบับ) กรณีเครื่องหมายที่ขอจดทะเบียนเป็นภาพของบุคคล
- ข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรอง (ฉบับจริง 1 ฉบับ) กรณีขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายรับรอง
- บัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิใช้ และเอกสารหลักฐานหรือคำชี้แจงที่แสดงถึงความสัมพันธ์ของผู้มีสิทธิใช้เครื่องหมายร่วม (ฉบับจริง 1 ฉบับ) กรณีขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายร่วม
- คำขอถือสิทธิ (แบบ ก.10) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอถือสิทธิ (ฉบับจริง 1 ฉบับ) กรณีขอใช้สิทธิย้อนหลังตามมาตรา 28 หรือ 28ทวิ/ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนไม่สามารถส่งเอกสารหลักฐานประกอบคำขอใช้สิทธิย้อนหลังตามมาตรา 28 หรือ 28 ทวิ มาพร้อมกับคำขอใช้สิทธิ (แบบ ก.10) ได้ ผู้ขอสามารถขอผ่อนผันการส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าว โดยให้ยื่นหนังสือขอผ่อนผัน (แบบ ก.19) มาพร้อมกับคำขอใช้สิทธิ(แบบ ก.10)